อยากมีลูกชายต้องทำแบบนี้ !!

และแล้วก็มาถึงคิวของคนที่อยากมีลูกชายจ้าาาาาา ใครอยากมีลูกชายต้องฟังทางนี้ จ้าาา ด้วยโอกาสแล้วการจะมีลูกชายจะค่อนข้างยากกว่าการมีลูกสาว เพราะตัวเปิร์มของเจ้าหนูเพศชายมีความอ่อนแอกว่าเพศหญิง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถมีลูกเพศชายได้นะคะ เทคนิคจะเป็นยังไงบ้าง ไปดูเล้ยยยยย คำนวณวันไข่ตกให้แม่น !! ถ้าอยากได้ลูกชายต้องร่วมเพศวันที่ตกไข่ (ก่อนวันตกไข่ 1 วัน และ 2 วันหลังตกไข่) เนื่องจากช่องคลอดจะมีสภาพความเป็นด่างสูง ทำให้อสุจิตัว Y จะวิ่งได้เร็วกว่าและจะเข้าไปเจาะไข่ได้ก่อน นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ จะทำให้อสุจิตัว Y มีจำนวนลดลง ดังนั้น สามีภรรยาควรงดการมีเพศสัมพันธ์หรือสำเร็จความใคร่ก่อนวันออกรบประมาณ 5 วัน เพื่อทำให้เชื้ออสุจิอยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “วันไข่ตก” ตามไปดูที่นี่เล้ยย ว่าที่คุณพ่อ ต้องดูแลตัวเองให้มาก !! สุขภาพของฝ่ายชาย : หากคุณพ่อเป็นคนเครียด นอนน้อย ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มาก การใช้ยาเสพติด มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ จะมีผลต่อการสร้างอสุจิหรือขัดขวางการผลิตสเปิร์ม ทำให้อสุจิมีปริมาณน้อยลง ลูกที่ออกมาจึงมีโอกาสที่จะเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อีกทั้งอสุจิเพศหญิง…

อยากได้ลูกสาวต้องทำยังไง ??

ไหนนน ใครอยากมีลูกสาวยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้เล้ยยยยยยย คิคิ ใครบอก ว่าเราจะกำหนดเพศลูกเราไม่ได้ วันนี้เวลบีเอาเทคนิคการมีลูกสาวมาฝากกันจ้าา ถึงจะการันตีได้ไม่ 100% แต่ก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกสาวได้ไม่มาก็น้อยล่ะ !! สเปิร์มทั้งสองเพศมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สเปิร์มเพศผู้ (อสุจิโครโมโซม Y) มีรูปร่างปราดเปรียว ว่องไว แต่ตายง่าย ชอบสภาวะที่เป็นเบส หากสเปิร์มเพศผู้ ได้ผสมกับไข่ ก็จะได้ลูกชาย สเปิร์มเพศเเมีย (อสุจิโครโมโซม X) มีรูปร่างอ้วนใหญ่กว่า และเคลื่อนไหวช้า แต่อึด ตายยาก ชอบสภาวะที่กรด หากสเปิร์มเพศเเมีย ได้ผสมกับไข่ ก็จะได้ลูกสาว คำนวณวันตกไข่ให้แม่น !! วันตกไข่ ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอทุกวัน เช่น วันเว้น 2 วันตลอดเดือน และ หยุดมีเพศสัมพันธ์ 2 วันก่อนไข่ตก ผลลัพธ์ก็คือ สเปิร์มเพศชายจะตายแล้วเหลือไว้แต่สเปิร์มเพศหญิงที่จะเข้าไปผสมกับไข่ (เพราะเสปิร์มเพศหญิงอึดกว่า) การมีเพศสัมพันธ์กัน 3 วันก่อนช่วงไข่ตกโอกาสได้ลูกผู้หญิงสูงกว่า มีเพศสัมพันธ์ 2 วันก่อนไข่ตก ส่วนการมีเพศสัมพันธ์…

วันไข่ตก !!!!

จริงๆ การที่ผู้หญิงจะตั้งครรภ์นั้นมีหลายปัจจัยมากๆๆๆๆๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย สุขภาพจิต การทานอาหาร ฯลฯ แอด เคยเห็นบางคนพยายามแล้วพยายามเล่าแต่เจ้าหนูก็ยังไม่มาสักที แต่บางคน สตาร์ทปุ๊บติดปั๊บ ก็มีเยอะมากเลยย เวลบีขอยกเอาความรู้เกี่ยวกับ “วันตกไข่” มาฝากกันค่า บอกเลยว่า ใครที่กำลังอยากมีลูกต้องอ่านเลยนะ !!! เพราะ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่คนที่อยากมีเจ้าหนูน้อยมาวิ่งเล่นในบ้านน ก็คือ เรื่องของ “วันตกไข่” วันไข่ตก คืออะไร ??  สำคัญไฉน ? วันไข่ตก คือ วันที่ไข่ 1 ใบที่สุกที่สุด เดินทางออกมาจากรังไข่ ไปยังส่วนปลายของท่อนำไข่ เพื่อไปรอคนที่ใช่ โดยจะมีชีวิตอยู่แค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น! ซึ่งถ้ามีการปฏิสนธิในช่วงเวลาอันสั้นนี้ ไข่ก็จะไปฝังตัวกับเยื่อบุผนังมดลูก กลายเป็นตัวอ่อน และเป็นเจ้าตัวน้อยในภายหลังได้จ้าา วิธีคำนวณวันไข่ตก วันไข่ตกผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาตรง สามารถคำนวณได้โดยส่วนใหญ่ไข่จะตกในวันก่อนมีประจำเดือนครั้งต่อไป 14 วัน เช่น ประจำเดือน 28 วันมาครั้งหนึ่งไข่จะตกวันที่14 ของประจำเดือน หากประจำเดือน 30…

” ยำหัวปลี ” เมนูที่คุณแม่ลูกอ่อนต้องทาน !!

เวลบีขอนำเสนอ เมนู “ยำหัวปลี” เมนูพื้นบ้านที่รสชาติถูกปากถูกคอเหล่าแม่ๆ แน่นอน ซึ่ง “ยำหัวปลี” ช่วยสร้างการไหลเวียนของโลหิต ให้มีความสมดุลมากขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งมากขึ้น และที่สำคัญคือ ทำให้น้ำนมแม่เพิ่มขึ้นมากๆ อีกด้วยน้า วิธีทำจะเป็นอย่างไร ส่วนผสมจะเป็นแบบไหน ไปดูกันเล้ยยย ส่วนผสมที่ลงตัว หัวปลี   1   หัว หมูสับรวนสุก   2   ช้อนโต๊ะ หอมเจียว   1   ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอย   1   ช้อนชา น้ำพริกเผา   2   ช้อนโต๊ะ หัวกะทิตั้งไฟเคี่ยว พอข้น   2   ช้อนโต๊ะ น้ำปลา   1   ช้อนชา น้ำมะนาว   1…

5 เมนู สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

การทานอาหารที่ดีมีคุณประโยชน์ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบำรุงน้ำนมให้กับคุณแม่ลูกอ่อน เวลบีขอเสนอ 5 เมนูที่คุณแม่หลังคลอดต้องทาน เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำนม เวลบีรับรองว่าเมนูเหล่านี้จะช่วยขจัด “ปัญหาน้ำนมไม่พอ” ให้กับคุณแม่ได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า มีเมนูอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเล้ยยยยยย เมนูที่ 1 : แกงเลียงผักรวม “แกงเลียง” นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกาย แล้วยังมีสรรพคุณช่วยเรียกน้ำนมได้เป็นอย่างดี เพราะประกอบไปด้วยผักนานาชนิด เช่น แครอท ฟักทอง ใบแมงลัก ใบตำลึง พริกไทย กระชาย หอมแดง ฯลฯ ที่ล้วนแต่ให้คุณค่าสารอาหาร เมนูที่ 2 : ไก่ผัดขิง  ไก่ผัดขิง ให้โปรตีนกับร่างกายสูง สามารถเพิ่มพลังให้กับร่างกาย และ ประโยชน์จาก “ขิง” จะช่วยเร่งน้ำนมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนได้ดี เมนูที่ 3 : ฟักทองผัดไข่ “ฟักทอง” อุดมไปด้วยวิตามินซี และสังกะสีสูง ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้กลับมาแข็งแรง มีเส้นใยที่ช่วยระบบขับถ่ายได้ดี แก้ท้องผูก ยิ่งถ้าคุณแม่ลูก่อนได้ทานจะถือเป็นตัวช่วยขับน้ำนมแม่ที่ดีมาก เมนูที่ 4…

ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์สำคัญฉไน??

การวางแผนการตั้งครรภ์ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถคิดได้ล่วงหน้า โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจสุขภาพของทั้งสองฝ่ายก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งเวลบีแนะนำว่าควรตรวจร่างกายก่อนการตั้งครรภ์สัก 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ  หากคุณพ่อคุณแม่แข็งแรงและมีสุขภาพดี ก็ย่อมมีโอกาสคลอดลูกที่แข็งแรงและมีสุขภาพดีเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีแพคเกจทั้งจากโรงพยาบาลและคลินิกออกมาให้เลือกมากมาย แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะ ว่าเราควรตรวจอะไรบ้าง แต่ละอย่างตรวจไปทำไม วันนี้เวลบีจะมาคลายความสงสัยให้ทุกคนกันค่ะ การซักประวัติ จะเป็นการสอบถามทั่วไป หรือสอบถามถึงปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งคุณแม่ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรสังเกตุสิ่งต่างๆเพื่อเป็นข้อมูลเวลาไปพบแพทย์นะคะ ซึ่งสิ่งที่หมอจะซักถาม ได้แก่ ประวัติการคุมกำเนิดการใช้ยาคุมกำเนิด ประวัติการตรวจมะเร็งปากมดลูก ความผิดปกติเกี่ยวกับรอบประจำเดือน  ซึ่งคุณแม่ที่วางแผนจะมีบุตรควรเริ่มจดบันทึกและสังเกตุอาการเหล่านี้ไว้จะช่วยทำให้เราทราบอายุครรภ์และวันคลอดได้ครับ ประวัติการเจ็บป่วยการรับประทานยา โรคประจำตัว รวมถึงการผ่าตัด การให้เลือด รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการอักเสบของช่องคลอด และผลการตรวจภายใน ประวัติทางสูติกรรมแพทย์จะสอบถามว่า เคยตั้งครรภ์มาก่อนหรือไม่ จำนวนการตั้งครรภ์ ความผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ครรภ์เป็นพิษ เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด การผ่าตัดทำคลอด การตั้งครรภ์แฝด การแท้งบุตร หรือให้กำเนิดเด็กพิการ คุณแม่ต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม รวมถึงประวัติการรับประทานกรดโฟลิกด้วยครับ เพราะแพทย์จะได้วางแผนการดูแลคุณแม่ได้อย่างถูกต้อง ประวัติการฉีดวัคซีนเคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่อาจจะติดต่อไปยังทารกหรือไม่ เช่น โรคหัดเยอรมัน ไวรัสตับอักเสบ ไข้สุกใส บาดทะยัก ฯลฯ ประวัติทางครอบครัวเป็นการสอบถามว่า…

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับแม่และเด็ก กับ ความจริงที่ต้องรู้

  คุณแม่หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินความเชื่อต่างๆ ที่คนโบราณได้คอยบอก คอยเตือน หรือแนะนำกันมาบ้างใช่มั้ยคะ เคยสงสัยมั้ยคะ ว่าความเชื่อนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มีหลักวิทยาศาสตร์อ้างอิงหรือไม่วันนี้เวลบีมีคำอธิบายความเชื่อต่างๆ กับความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์มาฝากค่ะ แล้วจะได้รู้ไปเลยว่าความจริงคืออะไร สิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเล้ยยย   ความเชื่อที่ 1 : ทาดอกอัญชัญแล้วผมจะดกคิ้วจะหนา เป็นความเชื่อที่ได้ยินมานานมากนะคะ และหลายๆบ้านก็ทำตามความเชื่อนี้ ซึ่งจากงานวิจัยจะพบว่าในดอกอัญชัญจะมีสารที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน โดยสารนี้จะพบในพืชสีม่วง หรือแดง ซึ่งจะเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ โดยงานวิจัยชี้ว่า มีส่วนช่วยในการชะลอผมหงอก กระตุ้นให้เส้นผมดกดำ ซึ่งความเชื่อนี้ถือว่าสอดคล้องกับงานวิจัย แต่คุณแม่อาจจะต้องระวังเรื่องของภูมิแพ้ในเด็กบางคน และระวังไม่ให้เข้าตาลูกค่ะ   ความเชื่อที่ 2 : บีบดั้งลูกบ่อยๆ จมูกจะได้โด่งๆ ความเชื่อเรื่องบีบจมูก ก็เป็นอีกความเชื่อที่หลายๆ บ้านได้ยิน และทำตามๆ กันนะคะ ก็แหม่ ใครๆ ก็อยากให้ลูกดั้งโด่ง จะได้หล่อๆ สวยๆ แต่ความจริงแล้วการบีบจมูกไม่ได้มีส่วนช่วยใดๆ นะคะ มิหนำซ้ำจะทำให้จมูกคุณลูกอักเสบอีกด้วย ฉะนั้นแล้วให้ลูกน้อยได้เติบโตอย่างธรรมชาติ ยอมรับความสวยงามจากในแบบฉบับตน และความงดงามจากภายในนะคะ   ความเชื่อที่ 3…

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับแม่และเด็ก กับ ความจริงที่ต้องรู้

  คุณแม่หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินความเชื่อต่างๆ ที่คนโบราณได้คอยบอก คอยเตือน หรือแนะนำกันมาบ้างใช่มั้ยคะ เคยสงสัยมั้ยคะ ว่าความเชื่อนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มีหลักวิทยาศาสตร์อ้างอิงหรือไม่วันนี้เวลบีมีคำอธิบายความเชื่อต่างๆ กับความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์มาฝากค่ะ แล้วจะได้รู้ไปเลยว่าความจริงคืออะไร สิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเล้ยยย   ความเชื่อที่ 1 : ทาดอกอัญชัญแล้วผมจะดกคิ้วจะหนา เป็นความเชื่อที่ได้ยินมานานมากนะคะ และหลายๆบ้านก็ทำตามความเชื่อนี้ ซึ่งจากงานวิจัยจะพบว่าในดอกอัญชัญจะมีสารที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน โดยสารนี้จะพบในพืชสีม่วง หรือแดง ซึ่งจะเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ โดยงานวิจัยชี้ว่า มีส่วนช่วยในการชะลอผมหงอก กระตุ้นให้เส้นผมดกดำ ซึ่งความเชื่อนี้ถือว่าสอดคล้องกับงานวิจัย แต่คุณแม่อาจจะต้องระวังเรื่องของภูมิแพ้ในเด็กบางคน และระวังไม่ให้เข้าตาลูกค่ะ   ความเชื่อที่ 2 : บีบดั้งลูกบ่อยๆ จมูกจะได้โด่งๆ ความเชื่อเรื่องบีบจมูก ก็เป็นอีกความเชื่อที่หลายๆ บ้านได้ยิน และทำตามๆ กันนะคะ ก็แหม่ ใครๆ ก็อยากให้ลูกดั้งโด่ง จะได้หล่อๆ สวยๆ แต่ความจริงแล้วการบีบจมูกไม่ได้มีส่วนช่วยใดๆ นะคะ มิหนำซ้ำจะทำให้จมูกคุณลูกอักเสบอีกด้วย ฉะนั้นแล้วให้ลูกน้อยได้เติบโตอย่างธรรมชาติ ยอมรับความสวยงามจากในแบบฉบับตน และความงดงามจากภายในนะคะ   ความเชื่อที่ 3…

10 ไอเดียของขวัญ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่

สำหรับใครที่มีคนใกล้ตัวที่กำลังตั้งครรภ์ หรือใกล้จะคลอดลูก สิ่งที่ทำให้คิดไม่ตกอีกอย่างนึงก็คือการเลือกของขวัญสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่ ที่อยากจะให้เป็นการยินดี แต่ความยากอยู่ตรงที่ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี ซื้อไปแล้วจะใช้ได้ไหมเพราะเด็กอาจจะแพ้หรือซื้อแล้วขนาดไม่พอดี จะซื้อซ้ำกับของที่เค้ามีอยู่ไหมเพราะจริงๆแล้ว เกือบทุกครอบครัวมักจะมีการเตรียมของไว้ก่อนคลอดเกือบหมดแล้ว วันนี้เวลบีเลยจะมาแนะนำ ไอเดียของขวัญที่(อาจจะ) คาดไม่ถึง แต่ถ้าซื้อไปให้รับรองได้ใช้และประทับใจคนรับอย่างแน่นอน มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันได้เลยค่ะ         1. กล้องวงจรปิด บางครั้งคุณพ่อ หรือคุณแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หรือตอนลูกนอนก็ต้องเดินไปทำธุระอีกห้อง การมีกล้องวงจรปิดไว้ดูลูกให้หายคิดถึง หรือคอยดูความเรียบร้อยก็จะช่วยให้มีเวลามากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักนึกไม่ถึง หรือคิดว่ายังไม่ได้ใช้ในช่วงแรก แต่ถ้าหากมีไว้ รับรองได้ใช้ชัวร์       2. USB ใส่ Playlist เพลง ลำพังแค่เลี้ยงลูกน้อยก็วุ่นทั้งวันแล้ว แทนที่จะปล่อยให้คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่มานั่งเลือกเพลงเอง เราก็ทำเป็น playlist ใส่ลงใน USB ไปให้สะเลย จะแยกเป็นเพลงกล่อมนอน เพลงเสริมพัฒนาการ หรือเพลงผ่อนคลายคุณพ่อคุณแม่ก็ยังได้ เวลาฟังรับรองต้องนึกถึงหน้าคนให้แน่ๆ       3.…

ท่านอนแสนสบายสาหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ว่ากันว่าช่วงตั้งครรภ์เนี่ยเป็นช่วงที่คุณแม่หลายคนจะมีเรื่องให้วิตกกังวลกันอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินแล้ว การนอนก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าจะนอนจะนั่งท่าไหนถึงจะส่งผลดีกับลูกในท้อง หรือจะทำให้คุณแม่รู้สึกไม่เจ็บปวด วันนี้เวลบีขอนำเทคนิคเล็กๆ  น้อยๆ เกี่ยวกับท่านอนแสนสบายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากค่ะ ท่านอนสำหรับคุณแม่ท้องอ่อน คุณแม่ที่มีอายุครรภ์อยู่ในช่วงไม่เกิน 4 เดือน หรือ 16 สัปดาห์ ถือเป็นช่วงที่ท้องอ่อนๆ ท้องยังไม่โตมากนั่ง ส่วนมากก็จะเลือกนอนหรือลุกนั่งตามปกติ บางคนอาจจะยังไม่มีอาการเจ็บปวดใด แต่สำหรับบางคนอาจจะเริ่มรู้สึกตึงๆ ช่วงปีกมดลูกได้ ซึ่งในช่วงอายุครรภ์เท่านี้นั้นน้ำหนักของทารกและน้ำคร่ำรวมๆ กันก็น่าจะหนักขึ้นเป็นกิโลๆแล้ว หากคุณแม่นอนตะแคงทั้งคืนก็คงจะทำให้รู้สึกเสียดหรือตึงปีกมดลูกอีกฝั่งนึงได้ เช่น นอนตะแคงซ้ายจะเจ็บปีกมดลูกขวา ฉะนั้นแล้วในช่วงอายุครรภ์อ่อนๆ นี้ คุณแม่สามารถนอนหงายได้ โดยจะเป็นท่าที่ทำให้รู้สึกสบายที่สุดสำหรับช่วงนี้ค่ะ ท่านอนสำหรับคุณแม่ท้องแก่ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ในช่วง 16 สัปดาห์ขึ้นไป จะเป็นช่วงที่ท้องเริ่มโต ทารกเริ่มมีพัฒนาการ มีการขยายขนาดตัว ซึ่งรวมกับน้ำคร่ำแล้วก็จะมีน้ำหนักพอสมควร การนอนหงายในช่วงท้องแก่ๆ นี้ จะทำให้น้ำหนักของทารกไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหลังซึ่งจะขวางทางไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ได้น้อย อาจทำให้รู้สึกเพลียหรือหนักถึงจึ้นหน้ามืด เป็นลม จนเกิดอันตรายได้ โดยท่านอนแสนสบายของคุณแม่ในช่วงนี้คือการนอนตะแคงและยกขาให้สูง พยายามดื่มน้ำให้มากๆ ก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ ท่านอนที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ จะสังเกตว่าท่านอนที่เหมาะสมของคุณแม่ไม่ว่าจะเป็นช่วงท้องอ่อนๆ หรือท้องแก่ จะเป็นการนอนตะแคงหรือนอนหงาย โดยไม่ควรที่จะนอนคว่ำ ซึ่งการนอนคว่ำจะเป็นการกดทับน้ำหนักของทารกด้วยน้ำหนักตัวของคุณแม่จนอาจเกิดอันตรายต่อตัวทารก…